
คุณค่าทางโภชนาการ จิงจูฉ่าย” 100 กรัม ให้พลังงาน 392 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยสารอาหารนานาชนิด
คือ โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบไฮเดรต, เส้นใย, แคลเซียม, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, วิตามินเอ, วิตามินบี6, วิตามินซี และวิตามินอี
“จิงจูฉ่าย มีกลิ่นหอม คล้าย ๆ กับตั้งโอ๋ ยิ่งโดนความร้อนจะยิ่งหอม
และยิ่งเพิ่มสรรพคุณมากขึ้น โดยกลิ่นหอมของ “จิงจูฉ่าย”
มาจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในลำต้น และใบนั่นเอง ประกอบด้วยสารไลโมนีน
ซิลนีน และสารกลัยโคไซด์ที่มีชื่อว่า อะปิอิน
ซึ่งสารเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต
จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหา เรื่องความดัน
แถมยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ด้วย ส่วนต้นสด และเมล็ดของ
“จิงจูฉ่าย” มีโซเดียมต่ำ จึงดีต่อผู้ป่วยโรคไต
จิงจูฉ่าย” เป็นยาเย็น จึงช่วยบำรุงปอด ช่วยฟอกเลือด
เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก
คนจีนจึงนิยมนำผักชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหารรับประทานในหน้าหนาว เพื่อช่วยใน
เรื่องการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลให้ร่างกายได้ดี
จิงจูฉ่าย อยู่ในเกาเหลาเลือดหมู
“จิงจูฉ่าย” มีสรรพคุณช่วยดับกลิ่นคาวเลือดได้ดี แกงจืด หรือผัดผัก ผัดฉ่าสามารถใช้ “จิงจูฉ่าย” เป็นส่วนผสมที่ลงตัวน่ารับประทาน
จิงจูฉ่าย Artemisia Lactiflora ‘Guizhou’ (White Mugwort’Guizhou)
หรือโกฐจุฬาลำพา’กุ้ยโจว’ เป็นสมุนไพรตระกูลเดียวกันกับ A.annua L.,
A.Vesstita และ A.Agryi ซึ่งมีสารสำคัญมากมาย
ได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่ารักษาโรคมาลาเรียได้ซึ่งเชื้อโรคนี้คล้ายๆกับ
เซลล์ของโรคมะเร็งคือจะมีจำนวนธาตุเหล็กสูงกว่าเซลปกติ 5-1,000เท่า
สารสำคัญมีหลายอย่าง สารบางตัวทำงานโดยอิสระ และบางตัวทำงานร่วมกับตัวอื่นๆ
ผลวิจัยของ ดร. ไลล์แสดงถึงสารชิง เฮาซู(qinghaosu)
หรือสารอาร์เทมิซินิน(artemisinin)ผสม
ผสานกับธาตุเหล็ก(ที่เซลล์มะเร็งต้องการ)เจาะจงซึมผ่านผนังของเซลล์เข้าภาย
ในเพื่อทำลายเซลล์ มะเร็ง
ประกอบกับข้อความและการยืนยันจากผู้ป่วยหลายต่อหลายคนที่รักษาตนเองโดยการ
ดื่มน้ำคั้น(สดๆ)ทุกวันภายในระยะเวลา 2-3เดือน จึงพอสรุปได้ว่า จิงจูฉ่าย
รักษาโรคมะเร็งได้จริง
ที่มาข้อมูลบางส่วน www.สุขภาพไทย.com
และ สมุนไพรผักพื้นบ้าน ร่วมแชร์สุขภาพดีที่นี่